โครงการยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าหมักโคลนย้อมสีธรรมชาติ เป็นกิจกรรมบริการวิชาการภายนอกมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพให้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าทอมือพื้นบ้าน ตำบลหนองบัวน้อย อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และองค์ความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรม ได้แก่ การเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือหมักโคลนร้อยละ 10 การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ 1 แบบ และตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ 1 ตรา พร้อมทั้งสร้างช่องทางการจำหน่ายใหม่มากกว่าหนึ่งช่องทาง ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความร่วมมือในกลุ่มอย่างเข้มแข็งมากขึ้น

โครงการผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้อยหน่าตกเกรดเพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เป็นกิจกรรมบริการวิชาการภายนอกที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาท้องถิ่นให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนน้อยหน่าปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งประสบปัญหาผลผลิตน้อยหน่าตกเกรดจำหน่ายไม่ได้ราคา โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการนำเศษเหลือทิ้งจากน้อยหน่ามาแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับรายได้ของชุมชน
ผลผลิตของโครงการ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ปุ๋ยอินทรีย์จากน้อยหน่าตกเกรด และถ่านคุณภาพสูง ตลอดจนเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการชุมชน อาจารย์ นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ผ่านการดำเนินกิจกรรมจำนวน 3 ครั้ง ทั้งยังส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์




โครงการการออกแบบลวดลายเรขาคณิตจากศิลปวัฒนธรรมพื้นถื่นโคราช สำหรับตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เป็นกิจกรรมบริการวิชาการภายนอกที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาท้องถิ่น โครงการเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์จากมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีมาตรฐาน สามารถออกแบบลวดลายเรขาคณิตจากศิลปวัฒนธรรมเพื่อถิ่นโคราช และผลักดันลวดลายเรขาคณิตจากศิลปวัฒนธรรมเพื่อถิ่นโคราชให้ได้ขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
ผลผลิตของโครงการ ไดแก่ ระบบการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรมชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG และผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นจาการขายสินค้าร้อยละ 10 จากผลงานผลิตภัณฑ์ 90 ชิ้นที่ผลิตขึ้นในโครงการ


โครงการ “ไก่แก้วสีดา” การยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เป็นกิจกรรมบริการวิชาการภายนอกที่มุ่งพัฒนาและต่อยอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน BCG Model วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีคุณภาพและมาตรฐาน การสร้างองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน และการสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญา กิจกรรมหลักประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากอัตลักษณ์ “ไก่แก้วสีดา” และการอบรมการพัฒนาและผลักดันผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมให้ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเชิงพาณิชย์
ผลลัพธ์ของโครงการ ชุมชนเกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ต้นแบบภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ จำนวน 3 รายการ ได้แก่ สไบลายเพนท์อัตลักษณ์ไก่แก้วสีดา เสื่อลายไก่แก้ว และตะกร้าไก่แก้ว พร้อมระบบการออกแบบลวดลายเรขาคณิตจากวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง เกิดการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ อาจารย์ นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ รวมจำนวน 45 คน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในเชิงนวัตกรรม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนยกระดับศักยภาพของชุมชนและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอสีดาอย่างยั่งยืน

โครงการการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืนในอำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นกิจกรรมบริการวิชาการภายนอกที่มุ่งพัฒนาและต่อยอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมที่มีคุณภาพ สร้างอัตลักษณ์ประจำถิ่น และส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของชุมชน วัตถุประสงค์ของโครงการคือการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีมาตรฐานตามแนวคิดเศรษฐกิจ BCG การสร้างองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สื่อสารเอกลักษณ์ของชุมชน และการสนับสนุนให้เกิดสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาการแสดงศิลปวัฒนธรรม “ฟ้อนยลยิน ถิ่นประทาย” เพื่อใช้ในการบริการทางวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการด้านการตลาดและการท่องเที่ยว
ชุมชนสามารถสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ได้ 3 รายการ พร้อมทั้งมีระบบการผลิตและบริการทางวัฒนธรรมที่ได้มาตรฐานและสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง เกิดการบูรณาการองค์ความรู้กับการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะสาขานาฏศิลป์ไทยที่ได้พัฒนาชุดการแสดงวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่เอกลักษณ์ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเกิดสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์เพื่อส่งเสริมการตลาดและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ช่างฝีมือท้องถิ่น อาจารย์ นักศึกษา และประชาชน เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม พร้อมยกระดับเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของอำเภอประทายให้เติบโตอย่างยั่งยืน



โครงการพัฒนาและเชื่อมโยงชุมชนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรปลอดภัยและรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม ตามแนวทาง BCG Model มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนตำบลขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการเกษตร โดยมุ่งพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้เชิงเกษตรปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายคณะในมหาวิทยาลัย เช่น คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะวิทยาการจัดการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ และศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภายนอก เพื่อสร้างนวัตกรรมทางสังคมแบบองค์รวม โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและเชื่อมโยงชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้เกษตรปลอดภัย ส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสร้างฐานการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ในอนาคต
ผลลัพธ์ของโครงการ ชุมชนตำบลขามสะแกแสงสามารถจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเกษตรปลอดภัย” ได้จำนวน 1 แห่ง พร้อมพัฒนา 5 ฐานการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเกิดนวัตกรรมเครื่องผสมการผลิตดินปลูกจากปุ๋ยหมักอินทรีย์และถ่านไบโอชาร์ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการผลิตทางการเกษตรให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ผลลัพธ์ของโครงการนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางสังคม (SROI) เท่ากับ 1.91 สะท้อนถึงความคุ้มค่าของการดำเนินงาน และส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบครอบครัวเรียนรู้สุขภาพราชภัฏนครราชสีมา ดำเนินการในพื้นที่ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรสูงอายุจำนวนมาก และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาพระดับชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพครอบครัวในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตในสังคมสูงวัย พัฒนาความรู้ด้านการดูแลตนเอง ลดพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงสร้างพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ด้านสุขภาพสำหรับนักศึกษาพยาบาล ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วย การประชุมเครือข่าย การอบรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) การสำรวจปัญหาครอบครัว การพัฒนาศักยภาพครอบครัวสุขภาวะ การสร้างนวัตกรรมสุขภาพ และการจัดตลาดนัดนวัตกรรมสุขภาพในชุมชน
ผลลัพธ์ของโครงการ พบว่ามีการพัฒนานักศึกษาให้ผ่านกระบวนการวิศวกรสังคมจำนวน 73 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขผ่านการประเมินเป็นอสม.มงกุฎเพชรจำนวน 33 คน ครอบครัวในชุมชนจำนวน 36 ครอบครัวได้รับการเสริมสร้างศักยภาพด้านสุขภาพตามปัญหาที่พบ อีกทั้งยังเกิดนวัตกรรมด้านสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่นจำนวน 20 ชิ้น นำไปสู่การสร้างแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่เน้นครอบครัวอบอุ่น การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม และการเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม






โครงการชุมชนต้นแบบในการสร้างคุณค่าและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้วยการบริหารจัดการตนเองแบบองค์รวม จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุในตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนทั้งด้านสุขภาพ อาชีพ และสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้ผู้สูงอายุผ่านการขับเคลื่อนงาน “ผู้สูงวัยนักบริบาล” พัฒนาทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และส่งเสริมชุมชนต้นแบบที่มีคุณภาพชีวิตดีครบมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ กิจกรรมประกอบด้วยการอบรมทบทวนทักษะการบริบาล การอบรมเชิงปฏิบัติการแปรรูปสมุนไพรเป็นน้ำมันนวดและขี้ผึ้งสมุนไพร การเพาะและแปรรูปเห็ดนางฟ้า รวมถึงการฝึกทักษะด้านการตลาดและช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ผลลัพธ์ของโครงการ พบว่าผู้สูงอายุในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.26 และสามารถพัฒนา “หลักสูตรการส่งเสริมระดับพฤฒพลังและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแบบบูรณาการสามสอ” (สังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพ) ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเกิดรูปแบบการบริหารจัดการตนเองของผู้สูงอายุที่สามารถขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ได้ ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 3.34 และความสุขมวลรวมของครัวเรือนสูงถึงร้อยละ 96.32 โดยผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับดีมาก (ค่าเฉลี่ย 4.93) แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืน




โครงการ “การพัฒนาพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และขยายผลนวัตกรรมตามแนวคิด BCG เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” จัดขึ้นที่ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการทางสังคมโดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย รวมถึงการขยายผลนวัตกรรมตามแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการอบรมเตรียมความพร้อมผู้เข้าร่วม การลงพื้นที่เรียนรู้ร่วมกับภาคีเครือข่าย การถอดบทเรียนและคืนความรู้แก่ชุมชน และการนำเสนอผลการดำเนินงานในเวทีสาธารณะ เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้เชิงพื้นที่กับการเรียนการสอนในรายวิชา (CIL Model) อย่างเป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์ของโครงการ พบว่า นักศึกษาและกลุ่มเป้าหมายในชุมชนจำนวน 80 คน ได้รับองค์ความรู้และทักษะการพัฒนาชุมชนเชิงนวัตกรรม เกิดการบูรณาการรายวิชากับกิจกรรมพัฒนาพื้นที่ 3 รายวิชา และสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ร้อยละ 10 ชุมชนตำบลหลุ่งประดู่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบของ Social Lab ที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในระดับตำบล ขณะเดียวกันบุคลากรทางวิชาการสามารถต่อยอดผลการดำเนินงานไปสู่การทำวิจัยและพัฒนาผลงานทางวิชาการได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่




โครงการ “การพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการวิศวกรสังคมในการแก้ปัญหาชุมชน” มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Social & Emotional Skills) หรือ Soft Skills ของนักศึกษา ผ่านกระบวนการ “วิศวกรสังคม” โดยบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในลักษณะของการคิด วิเคราะห์ ประสานงาน และสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาและพัฒนาทักษะการเป็น Coach สำหรับบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาชุมชนอย่างมีระบบและยั่งยืน กิจกรรมภายใต้โครงการประกอบด้วยการถอดบทเรียนเพื่อวิเคราะห์ทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะ Coaching และการลงพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชนและปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อศึกษาปัญหาและออกแบบแนวทางแก้ไขอย่างมีส่วนร่วม
ผลลัพธ์ของโครงการ พบว่า บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมได้รับทักษะการเป็นที่ปรึกษา (Coaching) สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนและต่อยอดเป็นผลงานทางวิชาการ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง ส่งเสริมให้ชุมชนมีความสามารถในการพึ่งพาและจัดการตนเองอย่างยั่งยืน อีกทั้งนักศึกษาและบุคลากรได้บูรณาการ Soft Skills ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติร่วมกับรายวิชาและหน่วยงานท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนในเชิงพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

โครงการ “กระบวนการวิศวกรสังคมหนุนเสริมแปรรูปตะไคร้ ชุมชนตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา” จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนานักศึกษาและอาจารย์ให้มีทักษะตามแนวคิดวิศวกรสังคม และนำนวัตกรรมไปใช้แก้ไขปัญหาท้องถิ่น โดยเฉพาะการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ตะไคร้ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ที่เดิมขายให้พ่อค้าคนกลางโดยไม่มีการรวมกลุ่มหรือแปรรูป กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การสำรวจบริบทและทุนทางสังคมของชุมชนด้วยเครื่องมือนาฬิกาชีวิตและ Timeline พัฒนาการ การวิเคราะห์กระบวนการผลิตสินค้าท้องถิ่น และการออกแบบแนวทางพัฒนาโดยใช้เครื่องมือ “ฟ้าประทาน” และ “M.I.C. Model” ซึ่งนำไปสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตะไคร้เป็นน้ำตะไคร้และถุงหอมสมุนไพร พร้อมจัดอบรมและส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับชุมชน
ผลลัพธ์ของโครงการ คือเกิดการรวมกลุ่มของผู้ปลูกตะไคร้ในพื้นที่ สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้าได้ด้วยตนเอง มีผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้แก่ครัวเรือนในชุมชน ขณะเดียวกันนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาในด้านทักษะวิศวกรสังคม ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน



โครงการ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา” มุ่งเน้นการบูรณาการการเรียนรู้ของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการทำงานจริงในพื้นที่ โดยใช้แนวคิดวิศวกรสังคมเป็นเครื่องมือพัฒนา Soft Skills ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับชุมชน กิจกรรมหลักประกอบด้วยการลงพื้นที่สำรวจบริบทและปัญหาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยใช้เครื่องมือนาฬิกาชีวิตและ Timeline พัฒนาการ พบปัญหาการทำงานของกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เช่น การเขียนรายงานไม่เป็นระบบและขาดอุปกรณ์จำเป็น จากนั้นนักศึกษาได้ออกแบบแนวทางแก้ไขโดยใช้เครื่องมือ “ฟ้าประทาน” และ “M.I.C. Model” พัฒนานวัตกรรมต้นแบบ เช่น แบบฟอร์มรายงานมาตรฐาน กระเป๋าอเนกประสงค์สำหรับตรวจเยี่ยม และแผนที่ผู้สูงอายุประจำตำบล
ผลลัพธ์ของโครงการ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรสังคมครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสร้างนวัตกรรม ขณะที่บุคลากรของมหาวิทยาลัย 5 คนได้รับทักษะการเป็นที่ปรึกษาวิศวกรสังคม อีกทั้งชุมชนตำบลหนองงูเหลือม โดยเฉพาะกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ มีเครื่องมือและนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำงานสะดวก มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ดีขึ้นในเชิงรูปธรรม และชุมชนมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองเพิ่มขึ้น




โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และการพัฒนา Soft Skills นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) บ้านหนองแดง หมู่ที่ 3 ตำบลหนองไทร อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มุ่งเน้นการบูรณาการการเรียนรู้ของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการทำงานจริงในพื้นที่ โดยใช้แนวคิดวิศวกรสังคมเป็นเครื่องมือพัฒนา Soft Skills กิจกรรมหลักประกอบด้วยการลงพื้นที่สำรวจบริบทและปัญหาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยใช้เครื่องมือนาฬิกาชีวิตและ Timeline พัฒนาการ เครื่องมือ “M.I.C. Model” และการถอดบทเรียน (AAR)
ผลลัพธ์ของโครงการ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรสังคม อีกทั้งชุมชน ตำบลหนองไทร อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เครื่องมือและนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำงานสะดวก มีประสิทธิภาพมากขึ้น และชุมชนมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองเพิ่มขึ้น


โครงการ “วิศวกรสังคมด้านสุขภาพเพื่อสร้างนวัตกรรมชุมชนและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านประกายปรง ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา” มีเป้าหมายเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยใช้แนวคิด “วิศวกรสังคม” เป็นเครื่องมือสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพและนวัตกรรมท้องถิ่น สู่การพัฒนาทักษะทางสังคมของนักศึกษา กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการลงพื้นที่สำรวจบริบทสุขภาพของชุมชนโดยใช้เครื่องมือนาฬิกาชีวิตและ Timeline พัฒนาการ การระดมความคิดเห็นเพื่อหาปัญหาและแนวทางแก้ไข ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนานวัตกรรมผ่าน “M.I.C. Model” เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมถุงสมุนไพรสำหรับแช่มือแช่เท้า ซึ่งใช้พืชสมุนไพรในท้องถิ่น เช่น ไพล ใบเตย มะกรูด และตะไคร้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ของโครงการ คือ ได้พัฒนา “แกนนำวิศวกรสังคมด้านสุขภาพ” ที่มีทักษะทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ขณะที่ชุมชนหมู่บ้านประกายปรงได้รับนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบทของตน คือ “ถุงสมุนไพรสำหรับแช่มือแช่เท้า” ซึ่งชาวบ้านสามารถนำไปใช้จริงได้ง่าย สะดวก และสอดคล้องกับวิถีชีวิตท้องถิ่น ผลจากการประเมินพบว่าชาวบ้านมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมและนวัตกรรมที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งต้องการให้มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


โครงการ “ประกวดเพลงโคราช ครั้งที่ 10 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น “เพลงโคราช” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอีสานอันทรงคุณค่า โครงการนี้มุ่งสร้างเวทีให้เยาวชนและชุมชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกทางวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นและผลักดัน Soft Power ของจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงแนวพระราชดำริในการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ของโครงการ พบว่า มีการพัฒนานวัตกรรมด้านสื่อเสียงต้นแบบ “การว่าเพลงโคราช” สำหรับใช้ฝึกปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมในการประกวด จำนวน 6 กลอนเพลง มีผู้ได้รับการฝึกทักษะด้านเพลงโคราชรวมทั้งสิ้น 129 คน ซึ่งประกอบด้วยเยาวชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผลงานที่เกิดขึ้นได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ใน 4 มิติ ได้แก่ เชิงวิชาการ (เป็นสื่อการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้) เชิงพาณิชย์ (สร้างรายได้จากการแสดงและผลิตสื่อ) เชิงสาธารณะ (เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม) และเชิงชุมชน/พื้นที่ (เสริมสร้างความภาคภูมิใจและความร่วมมือของคนในท้องถิ่นในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ต่อไป)

โครงการ “การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศป่าเต็งรังเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน” มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหนองเต็ง–จักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านระบบนิเวศป่าเต็งรัง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน มีกิจกรรมตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูลพันธุ์ไม้พื้นถิ่น การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นด้านเกษตรเชิงนิเวศและทรัพยากรป่าไม้ ไปจนถึงการสร้างฐานการเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด
ผลการดำเนินงานก่อให้เกิดผลิตผลทางวิชาการและสื่อการเรียนรู้ เช่น ฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ไม้ป่าเต็งรังกว่า 30 ชนิด การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุธรรมชาติ และสื่อวิดิทัศน์แนะนำระบบนิเวศป่าเต็งรัง ส่งผลให้ประชาชน เกษตรกร และเยาวชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าเต็งรังและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้เกษตรเชิงนิเวศในชีวิตประจำวัน ชุมชนเกิดความตระหนักในการดูแลรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของตนเอง



โครงการ “การจัดการและการเพิ่มมูลค่าขยะด้วยนวัตกรรม” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะต้นทาง ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการขยะพลาสติกและขยะอินทรีย์แก่ชุมชน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากขยะให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีกิจกรรมสำคัญ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการแยกขยะและการเพิ่มมูลค่าจากขยะ การพัฒนานวัตกรรมผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก การจัดการขยะเชื้อเพลิง และการจัดนิทรรศการเสวนา “การจัดการและการเพิ่มมูลค่าขยะด้วยนวัตกรรม” เพื่อสร้างการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ชุมชน และสถาบันการศึกษา
ผลลัพธ์ของโครงการ เกิดศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการและนวัตกรรมจากขยะ 1 ศูนย์ พร้อมนวัตกรรมเตากลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติกและเตาเผาจากขยะน้ำมันเก่า คู่มือการจัดการขยะด้วยนวัตกรรม ตลอดจนมีบุคลากรภาครัฐและประชาชนกว่า 160 คนเข้าร่วมกิจกรรม และครัวเรือนต้นแบบ 24 ครัวเรือน จาก 18 หมู่บ้านที่สามารถบริหารจัดการขยะในพื้นที่ของตนเองได้ โครงการนี้ช่วยให้ชุมชนมีทักษะในการจัดการขยะ ลดปริมาณของเสียก่อนการฝังกลบ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรเหลือใช้


โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชน โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสังเคราะห์ศักยภาพการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน รวมถึงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เกษตรชุมชนเพื่อเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน กิจกรรมประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างเป็นระบบ
ผลผลิตของโครงการ คือการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนจำนวน 9 ศูนย์ย่อย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากรชุมชน และเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับประชาชนในพื้นที่รอบข้างได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ประชาชนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการจัดการทรัพยากรในชุมชนของตนเองได้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการทรัพยากรในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง




โครงการการพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษเพื่อการยกระดับชุมชนโคราชสู่สากล จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา รวมจำนวน 300 คน ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ เมือง พิมาย ปักธงชัย เฉลิมพระเกียรติ และจักราช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ รวมถึงสร้างเครือข่ายชุมชนต้นแบบด้านการใช้ภาษาอังกฤษ โครงการประกอบด้วยกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ฝึกสนทนาในสถานการณ์จริง และการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ผลลัพธ์ของโครงการ ทำให้ประชาชน นักเรียน และนักศึกษาเกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น สามารถนำไปใช้ในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวและในอาชีพได้จริง ชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เกิดเครือข่ายชุมชนต้นแบบด้านภาษา ส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมาให้ก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และเมืองท่องเที่ยวเชิงสากลอย่างยั่งยืน

โครงการยุวมัคคุเทศก์ภาษาจีน โดยบูรณาการท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ให้มีทักษะภาษาจีนเพื่อการสื่อสารด้านการท่องเที่ยว และเป็นนวัตกรทางการศึกษาในฐานะ “ยุวมัคคุเทศก์ภาษาจีน” โครงการได้จัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น New Skills ภายใต้สาขาวิชาภาษาจีน จำนวน 3 รุ่น โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ในจังหวัดนครราชสีมา เช่น วัดพระนอนหินทราย วัดเขาจันทร์งาม แหล่งหินตัดสีคิ้ว และกังหันลมเขายายเที่ยง รวมถึงจัดอบรมให้แก่ครูในโรงเรียนภายนอกเพื่อใช้คู่มือการสอนภาษาจีนเพื่อการท่องเที่ยว
ผลลัพธ์ของโครงการ ทำให้นักศึกษา ครู และนักเรียนมีทักษะด้านภาษาจีนเพิ่มขึ้น สามารถสื่อสารและบรรยายแหล่งท่องเที่ยวเป็นภาษาจีนได้จริง รวมทั้งเกิดการสร้างเครือข่ายยุวมัคคุเทศก์ในพื้นที่ ซึ่งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นและพัฒนาอาชีพในอนาคต ชุมชนได้รับประโยชน์จากการมีบุคลากรที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของจังหวัดในมุมมองสากล สนับสนุนภาพลักษณ์ของนครราชสีมาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่พร้อมเชื่อมโยงสู่ระดับนานาชาติ

โครงการพัฒนาเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูระดับการศึกษาปฐมวัยด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้สถานที่เป็นฐาน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู นักศึกษาฝึกประสบการณ์ และโรงเรียนต้นแบบฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยเน้นการพัฒนาครูให้มีสมรรถนะตามกรอบ PTRU (Professional Teacher of Rajabhat University) และส่งเสริมให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์เป็นนวัตกรทางการศึกษา ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริงในสถานที่จริง (Place-based Learning) กิจกรรมดำเนินการตั้งแต่การสร้างความเข้าใจแนวคิดนวัตกรรมการเรียนรู้ การออกแบบและพัฒนารูปแบบนวัตกรรมร่วมกันระหว่างอาจารย์นิเทศ ครูพี่เลี้ยง และนักศึกษา ตลอดจนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และขยายผลการเรียนรู้สู่เครือข่ายโรงเรียนฝึกประสบการณ์
ผลลัพธ์ของโครงการ ทำให้เกิดการพัฒนาโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจำนวน 10 แห่งให้เป็นต้นแบบด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ในระดับปฐมวัย อาจารย์นิเทศ ครูประจำการ และนักศึกษาฝึกประสบการณ์รวม 115 คนได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้านวิชาชีพอย่างเป็นระบบ เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในพื้นที่ ต่อยอดสู่การจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและเชื่อมโยงกับบริบทชุมชน สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพการศึกษาปฐมวัยและการพัฒนาครูรุ่นใหม่ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน


โครงการบูรณาการการสอนประวัติศาสตร์ผ่านจิตรกรรมฝาผนังเพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูสาขาวิชาสังคมศึกษา ครูประจำการ บุคลากรการศึกษา และศิษย์เก่า มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ด้วยวิธีการใหม่ โดยเชื่อมโยงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการสอน ผ่านการเรียนรู้จากแหล่งจิตรกรรมฝาผนังในจังหวัดนครราชสีมา โครงการนี้ได้ออกแบบหลักสูตรระยะสั้น (New Skills) จำนวน 12 ชั่วโมง ประกอบด้วยการอบรมภายในมหาวิทยาลัยและการเรียนรู้นอกสถานที่ ณ แหล่งเรียนรู้จิตรกรรมฝาผนัง 3 แห่ง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบแผนการเรียนรู้ ผลิตสื่อการสอน และสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชุมชน
ผลลัพธ์ของโครงการ ทำให้เกิดหลักสูตรอบรมระยะสั้นด้านการสอนประวัติศาสตร์ผ่านศิลปะ ได้ผู้เข้าอบรมรวม 30 คน และสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาจำนวน 30 แผนการเรียนรู้พร้อมสื่อประกอบการสอน ผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ทางสังคมศึกษาเข้ากับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม สร้างนวัตกรทางการศึกษาที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการจัดการเรียนการสอนนอกห้องเรียน และช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครราชสีมาให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก ชุดกิจกรรม “การบูรณาการแบบคละชั้นและคละวิชา โดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณบูรณาการร่วมกับรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาอังกฤษ” จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเน้นให้ครูมีความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการและสร้างสมรรถนะด้านแนวคิดเชิงคำนวณให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา กิจกรรมภายใต้โครงการประกอบด้วยการประชุมเพื่อสำรวจความต้องการ การอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ การนิเทศติดตามและประเมินการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครูในรูปแบบชุมชนวิชาชีพ เพื่อพัฒนานวัตกรรมและชุดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โรงเรียนขนาดเล็กอย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ของโครงการ ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 5 แห่งในจังหวัดนครราชสีมาได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพด้วยนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ได้หลักสูตรนวัตกรรมใหม่จำนวน 6 หลักสูตร และครูผู้สอน 45 คนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบคละชั้นและคละวิชาอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาชีพระหว่างครูและสถานศึกษา นำไปสู่การยกระดับคุณภาพของผู้เรียนและครูในโรงเรียนขนาดเล็กให้มีทักษะและกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน


โครงการการประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติการสอน (Core Teaching Practice) พัฒนานวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นตามรูปแบบ PTRU Model มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู อาจารย์นิเทศก์ และครูพี่เลี้ยง ให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาที่สามารถประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการฝึกอบรม การอบรมอาจารย์นิเทศก์ อาจารย์ผู้สอนวิชาฝึกปฏิบัติการสอน ครูพี่เลี้ยง และนักศึกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์ รวมถึงการจัดทำและวิพากษ์แผนการจัดการเรียนรู้ที่ประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติการสอน พร้อมเปิดชั้นเรียนและสะท้อนผล เพื่อสร้างการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริงในสถานศึกษา
ผลจากโครงการทำให้เกิดนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานวัตกรทางการศึกษา 1 นวัตกรรม มีอาจารย์นิเทศก์ ครูพี่เลี้ยง และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูได้รับการพัฒนารวม 199 คน จากโรงเรียนเครือข่าย 34 โรงเรียน โดย 32 โรงเรียนได้นำรูปแบบ PTRU Model ไปประยุกต์ใช้จริง ผลการประเมินพบว่าผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการสอนอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 80.73–90.60) และมีความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และจัดการเรียนการสอนในระดับดีมาก ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนเครือข่ายเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านการจัดการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม



โครงการ “การยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยการจัดประสบการณ์บูรณาการการเรียนรู้แบบคละอายุโดยใช้แนวคิดไฮสโคป” มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาในฐานะสถาบันการศึกษาท้องถิ่นจึงได้ร่วมมือกับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาครูปฐมวัยให้สามารถออกแบบและจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบคละอายุ โดยใช้แนวคิดไฮสโคป (High Scope) ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและการมีส่วนร่วมในกิจกรรม กิจกรรมประกอบด้วยการสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงาน การพัฒนาหน่วยการจัดประสบการณ์เรียนรู้บูรณาการแบบคละอายุ และการขยายผลพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียน
ผลลัพธ์ของโครงการทำให้ครูระดับปฐมวัยและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่เป้าหมายจำนวน 5 โรงเรียน รวม 10 คน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบคละอายุโดยใช้แนวคิดไฮสโคป ส่งผลให้โรงเรียนมีแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยมากขึ้น เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย นอกจากนี้ ยังเกิดเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อความเข้มแข็งของศาสตร์การพัฒนาครูและการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่น


