1.4.4 นโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน
1.4.4 นโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน (Policy Addressing Poverty)
คำอธิบายตัวชี้วัด:
เข้าร่วมในการกำหนดนโยบายระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ และ/หรือ ระดับโลก เพื่อดำเนินโครงการและนโยบายที่มุ่งยุติความยากจนในทุกมิติ
ระดับ Local (ท้องถิ่น)
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มร.นม.) มีบทบาทสำคัญในการเข้าร่วม ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนครราชสีมา (ศจพ.นม.)
แต่งตั้งตาม คำสั่งจังหวัดนครราชสีมา ที่ 7181/2567 ลงวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2567 เรื่อง แก้ไขคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนครราชสีมา (ศจพ.จ.นม.)
ตามข้อ 4.2 ของคำสั่งฯ ระบุว่า ตัวแทน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นกรรมการบริหารของ ศูนย์ฯ โดยมีหน้าที่หลักในการ
1. บริหารจัดการและกำหนดแนวทางสนับสนุนการดำเนินงาน ตามที่ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยฯ (ศจพ.จ.) กำหนด โดยใช้ข้อมูลจากระบบ TPMAP (Thai People Map and Analytics Platform)
2. แต่งตั้งทีมปฏิบัติการในระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจน
3. บูรณาการแผนงานและโครงการร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ
4. ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานในจังหวัด และรายงานผลต่อศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนแห่งชาติเป็นรายไตรมาส
5. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ศจพ. มอบหมาย
ในคณะทำงานด้านข้อมูล การพัฒนาเชิงพื้นที่ และการติดตามผลการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
ข้อมูลอ้างอิงคำสั่งจังหวัดนครราชสีมา ที่ 7181/2567 (18 ก.ย. 2567)
https://drive.google.com/file/d/1QuEoaEnSWaMz98Ap_DWDngEGTsr9-pJh/view?usp=sharing



และเอกสารหนังสือเชิญที่ นม.0019/ว 10157 (10 ต.ค. 2567)
ระดับ Regional (ภูมิภาค)
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาทำงานร่วมกับกลุ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กลุ่มราชภัฏอีสาน) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏในภูมิภาคอีสานทั้งหมด 12 แห่ง มีการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทปอ.ราชภัฏอีสาน) เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนา การวิจัย การบริการวิชาการ และการยกระดับคุณภาพบัณฑิตของภูมิภาค
ข้อมูลอ้างอิงการประชุมครั้งที่ 1/2567 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุมช้างเผือก มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ภาพข่าวจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


การประชุมครั้งที่ 4/2567 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมฉัททันต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ภาพข่าวจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
ระดับ National (ประเทศ)
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลภายใต้กรอบของกระทรวง อว. ในการขจัดความยากจนแบบพุ่งเป้า (Targeted Poverty Alleviation) โดยใช้กลไก “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” (University for Local Development)
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางด้านงานวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และ รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อการพัฒนาพื้นที่และการศึกษาด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ สถานีวิจัยลำตะคอง จ.นครราชสีมา
ความร่วมมือของ 3 องค์กรใหญ่ดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (2566-2569) มุ่งวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือในด้านวิชาการและการพัฒนานักศึกษา และบุคลากรของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศต่อไป
ขอบเขตความร่วมมือภายใต้การลงนามในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) การร่วมมือวิจัย การใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งบุคลากรของทั้ง 3 หน่วยงานทั้งสามหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ตลอดจนการศึกษาเพื่อประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 2) การจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น การจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ การพัฒนาจัดการคลังหน่วยกิต เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น หรือหลักสูตรพัฒนาทักษะแบบ Non Degree ด้านการเกษตรและเกษตรมูลค่าสูงเพื่อสร้างอาชีพและแก้ไขปัญหาความยากจน และด้านต่างๆ ที่มีประโยชน์กับประชาชนหรือจังหวัดนครราชสีมา 3) สนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาการ ด้านการเกษตร นิเวศวิทยาป่าเขตร้อน และสิ่งแวดล้อม ให้กับนักศึกษาฝึกงาน ภาคีบัณฑิต และการแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในรูปแบบ Upskill Reskill Newskill & Upscale 4) สนับสนุนความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมวิชาการ การศึกษา และกิจกรรมต่าง ๆ และ 5) ร่วมกันดำเนินกิจกรรมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อร่วมดำเนินงานการแก้ไขและขจัดความยากจน โดยเฉพาะความยากจนข้ามรุ่น ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข่าวจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมายังเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ (38 แห่ง) และมีการประชุม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ (ทปอ.ราชภัฏ) ซึ่งจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในแต่ละปี เพื่อร่วมกันวางนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาคน การศึกษาฐานราก การวิจัยเชิงพื้นที่ และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยเน้นบทบาทของราชภัฏในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น”
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและยังมีส่วนร่วมในการประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การประชุมที่จัดโดยกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อรับทราบนโยบาย ให้ความเห็น และขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ
ระดับ Global (โลก)ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา และมูลนิธิเอเชีย บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างบูรณาการ ณ ห้องประชุม ดร.เศาวนิต เศาณานนท์ อาคาร 9 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้เกียรติเป็นประธาน และสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย โดยมี รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และนายสมพงษ์ แสงสิริ ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา และมี นางสาวแสงดาว อารีย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และนายวินสตัน เชาว์ ผู้อำนวยการโครงการ USAID and Australia Mekong Safeguards มูลนิธิเอเชีย ร่วมลงนามสักขีพยาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
ข่าวสำนักข่าวไทยแลนด์พลัส ออนไลน์: 23 พฤษภาคม 2024 สานพลังความร่วมมือ มรภ.นครราชสีมา หนุนองค์กรชุมชนพัฒนาความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น


เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ จ.นครราชสีมา ในการผลักดันเมืองโคราชสู่การเป็นเมืองอุทยานธรณีระดับโลก (Global Geopark) โดยมี พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. และผู้บริหารกระทรวง อว. เป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ มีนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นายทรงเกียรติ ตาตะยานนท์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และคณะ เป็นผู้ลงนาม ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวของกระทรวง อว. ถือเป็นการนำองค์ความรู้ที่เกิดจากสถาบันอุดมศึกษา รวมถึงสถาบันวิจัย ไปร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกในเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้กับท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาท้องถิ่นในทุกมิติซึ่งรวมถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชุมชนแบบบูรณาการ บนพื้นฐานของความยั่งยืนของจังหวัดนครราชสีมาในการเป็นเมืองอุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข่าวจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)