5.6.9 นโยบายเกี่ยวกับการลาคลอด

- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
- มหาวิทยาลัยมีนโยบายการลาไปดูแลบุตร ในการทำหน้าที่แม่ (ให้นมบุตร) ที่สนับสนุนต่อบุคลากรเพศหญิง 
- ประกาศมหาวิทยาลัย เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตรต่อบุคคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

5.6.9 – นโยบายการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของบิดา (Paternity Policy)

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
     มหาวิทยาลัยมีนโยบายการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของบิดา (Paternity Leave) ที่สนับสนุน การมีส่วนร่วมของสตรีในการทำงานและการดำรงชีวิตทางวิชาชีพ โดยเปิดโอกาสให้ บิดามีส่วนร่วมในการดูแลบุตรและครอบครัว เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 5
การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการและประกาศของมหาวิทยาลัย ดังนี้ 
     ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 22  ง วันที่ 24 มกราคม 2555)ซึ่งกำหนดสิทธิการลาของข้าราชการ รวมถึง การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร เพื่อให้ข้าราชการชายสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลภรรยาและบุตรในช่วงคลอดบุตร

- มหาวิทยาลัยมีนโยบายการลาไปดูแลบุตร ในการทำหน้าที่แม่ (ให้นมบุตร) ที่สนับสนุนต่อบุคลากรเพศหญิง 
ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลาของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2555 ออกตามอำนาจตามมาตรา 25/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับพนักงานของมหาวิทยาลัย โดยกำหนดให้พนักงานชายสามารถ ลาเพื่อไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรได้ ตามข้อ 12 ของประกาศฯ
ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (ฉบับเพิ่มเติม) ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564 เผยแพร่ในเว็บไซต์บุคลากรของมหาวิทยาลัยเป็นการปรับปรุงและยืนยันหลักเกณฑ์การลาในสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยยังคงสิทธิในการ ลาเพื่อช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมบทบาทของบิดาและสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในสังคมมหาวิทยาลัย สาระสำคัญของนโยบาย

สิทธิของบิดาในการลา :
    พนักงานชายของ มร.นม. มีสิทธิ์ลาเพื่อช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดูแลภรรยาและบุตรในช่วงคลอดและหลังคลอด เป็นการส่งเสริมการแบ่งปันความรับผิดชอบในครอบครัว
ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและสมดุลชีวิตการทำงาน:
การให้สิทธิ์บิดาลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรเป็นแนวทางที่ช่วยลดภาระของสตรีในช่วงหลังคลอด และสนับสนุนให้สตรีสามารถกลับมาทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใส :
     มร.นม. มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการยื่นและอนุมัติใบลา เพื่ออำนวยความสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

อำนาจอนุมัติการลา :
     อธิการบดี มร.นม. เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ หรือมอบอำนาจให้ผู้บริหารระดับคณะ/หน่วยงานเป็นผู้อนุมัติแทนได้ โดยการลาแต่ละครั้งต้องยื่นเอกสารตามแบบที่กำหนดอย่างเป็นทางการ

ผลลัพธ์และความสอดคล้องกับ SDG 5
     นโยบายการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของบิดามีส่วนสำคัญในการสร้าง สมดุลระหว่างครอบครัวและการทำงาน (Work–Life Balance) ส่งเสริมให้ทั้งบุคลากรชายและหญิงสามารถปฏิบัติหน้าที่ทางครอบครัวและวิชาชีพได้อย่างเท่าเทียม ช่วยลดอุปสรรคในการทำงานของสตรี และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มร.นม. ในการดำเนินงานตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 5 – ความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) โดยเฉพาะเป้าหมายย่อย 5.6 – การรับรองสิทธิที่เท่าเทียมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการมีบุตรและความรับผิดชอบในครอบครัว
แหล่งอ้างอิงหลัก