17.2.1 ความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานภาครัฐระดับภูมิภาคในการกำหนดนโยบายด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

17.2.1 ความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานภาครัฐระดับภูมิภาคในการกำหนดนโยบายด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 
           Relationships with regional NGOs and government for SDG policy

คำอธิบายตัวชี้วัด:

มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมโดยตรง หรือมีการให้ข้อคิดเห็นเชิงนโยบายต่อการกำหนดนโยบายด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของหน่วยงานภาครัฐระดับชาติ หรือขององค์กรพัฒนาเอกชนระดับภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมถึงกระบวนการต่าง ๆ ได้แก่ การระบุปัญหาและความท้าทาย การจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ การวิเคราะห์และจำลองแนวโน้มในอนาคตทั้งในกรณีที่มีและไม่มีการดำเนินการแทรกแซง การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการส่งเสริมระบบการบริหารจัดการแบบปรับตัวได้ (Adaptive Management)

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (NRRU) ได้มีบทบาทโดยตรงในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์การมหาชน และภาคประชาชน (NGO) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนในระดับจังหวัด โดยได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วย “การเสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างบูรณาการ” เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุม ดร.เศาวนิต เศาณานนท์ อาคาร 9 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

พิธีดังกล่าวเป็นการลงนามระหว่าง สามหน่วยงานหลัก ได้แก่

1. รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (สถาบันอุดมศึกษา ภาครัฐ)
2. นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) – ภาครัฐในรูปองค์การมหาชน
3. นายสมพงษ์ แสงสิริ ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา – เครือข่ายภาคประชาชน (NGO/CSO)

โดยมี ผู้ร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่

1. นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา (ตัวแทนภาครัฐระดับจังหวัด)
2. นางสาวแสงดาว อารีย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา
3. นายวินสตัน เชาว์ ผู้อำนวยการโครงการ USAID and Australia Mekong Safeguards มูลนิธิเอเชีย (องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ – International NGO)

วัตถุประสงค์ของการลงนามความร่วมมือ
เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาอย่างบูรณาการ โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชนในการพัฒนานโยบายและแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก และขับเคลื่อนการพัฒนาแบบ “เริ่มจากข้างล่าง” (bottom-up development) ตามแนวคิดของการพัฒนาที่ยั่งยืน

สรุปสาระสำคัญจากการกล่าวในวันลงนาม
นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาชุมชนฐานราก ว่าความเข้มแข็งของชุมชนเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการให้ชุมชนเป็นผู้คิด ผู้ลงมือ และร่วมแก้ปัญหาของตนเอง ไม่รอรับความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้เปราะบาง

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ กล่าวย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่พร้อมเกื้อหนุนการทำงานของภาครัฐและภาคประชาชน โดยบูรณาการองค์ความรู้ การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้ชุมชนเข้มแข็งตามรอยพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

นายกฤษดา สมประสงค์ และ นายสมพงษ์ แสงสิริ กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือแบบภาคี 3 ฝ่าย ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในระดับพื้นที่ เพิ่มศักยภาพของผู้นำชุมชน และสร้างระบบสนับสนุนให้ชุมชนสามารถจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 17.2.1

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม การบริหารจัดการงานดำเนินงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและรับมือกับความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อนำมาพัฒนา ปรับปรุงการพัฒนานโยบาย กลยุทธ์ ต่าง ๆ ในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย เพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ของมหาวิทยาลัยและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนและนโยบายความยั่งยืนของภาครัฐ โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดโครงการ/กิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการต่างๆ ดังนี้

1. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระหว่าง สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง
Link: บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระหว่าง สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง  
https://drive.google.com/file/d/1C91q0WowhfClJ7aRgC367nSgCQyFsaqP/view?usp=sharing



กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวข้างต้น มีดังนี้
     เครือข่ายวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั่วประเทศทั้ง 38 แห่ง โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นแกนนำ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรมนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย ภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพ การท่องเที่ยว โดยชุมชนเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่า อัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรมบนฐานเศรษฐกิจ BCG โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนว ยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานในพิธี พร้อมกันนี้มี ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนักวิจัยจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรม ณ ห้องประชุมแคทรียา โรงแรมรามา การ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
 

เครือข่ายวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศทั้ง 38 แห่ง โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นแกนนำ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรมนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย ภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่า อัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรมบนฐานเศรษฐกิจ BCG



  วช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ผนึกกำลัง ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงวัฒนธรรมสร้างคุณค่าอัตลักษณ์พื้นถิ่นบนเศรษฐกิจ BCG


  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำเครือข่ายราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ ลุยยกระดับเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม สร้างคุณค่าอัตลักษณ์พื้นถิ่นบนพื้นฐานเศรษฐกิจ BCG ดัน 48 ชุมชนพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่เพิ่มรายได้


Link :ภาพข่าว https://www.khaosod.co.th/pr-news/news_7402728 

2. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ สืบสาน รักษา ต่อยอด การพัฒนาพื้นที่ด้วยศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กับ กองทัพภาคที่ 2

Link : ภาพข่าว https://web.army2.mi.th/8217/2019/12/09/