โครงการ “การอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร Main course : อนุบาลจิตศึกษา จิตศึกษา การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และภาษาไทยผ่านวรรณกรรม” ภายใต้โครงการการยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในโรงเรียนเครือข่าย TSQM-NRRU-Network ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับภาคีเครือข่าย มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนในโรงเรียนเครือข่าย ให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำแนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยจิตศึกษา การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการบูรณาการภาษาไทยผ่านวรรณกรรมไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุมอนุสรณ์ 70 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้จัดกิจกรรม ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โรงเรียนพัฒนาตนเองกับการเปลี่ยนแปลงการศึกษาในยุคของ AI” โดย ครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความสำคัญของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาโรงเรียนพัฒนาตนเอง” โดย นางสาวนันทิยา บัวตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสลักเพชร อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีเสวนาที่น่าสนใจในหัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้า โรงเรียนพัฒนาตนเองนครราชสีมา ถอดบทเรียนโรงเรียนเครือข่าย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา ได้แก่ นายการุณ ชาญวิชานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโกรกลึก, นายเอกฉันท์ โชติฉันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเคหะประชาสามัคคี, นายบุญจง เอี่ยมกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกวังวนวิทยา, นางสาวจงกล ผลประสาท ศึกษานิเทศน์ สพป.นครราชสีมาเขต 1 และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิรินาถ จงกลกลาง ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมอง ส่วนกิจกรรมภาคบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 หลักสูตร ได้แก่ อนุบาลจิตศึกษา จิตศึกษา การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และภาษาไทยผ่านวรรณกรรม โดยกิจกรรมมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครู จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 1–7 จำนวนกว่า 400 คน ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานด้านการจัดการเรียนการสอนได้โดยตรง
ผลจากการดำเนินกิจกรรมทำให้บุคลากรทางการศึกษากว่า 400 คน ได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการจัดการเรียนรู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการใน 4 หลักสูตร โดยเฉพาะแนวทางจิตศึกษา การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการใช้วรรณกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเครือข่ายได้




โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “Digital & AI for SME Entrepreneurs” รุ่นที่ 1/2568 ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา และบริษัท ชลรุ่งเรือง นครราชสีมา จำกัด โดยมีพิธีเปิดและปฐมนิเทศเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องประชุมวิทยาการจัดการ 8 อาคาร 22 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และดำเนินการอบรมระหว่างเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2568 ในรูปแบบ Hybrid Learning ทั้ง Online และ Onsite ทุกวันเสาร์–อาทิตย์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถจัดสรรเวลาเรียนควบคู่กับการประกอบอาชีพได้ โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้เครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวางแผนธุรกิจ การพัฒนากลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Strategy) และการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการเติบโตของธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการ SME เจ้าของธุรกิจ ผู้ที่ต้องการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และบุคคลภายนอก จำนวน 50 คน โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้กับบริบททางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
ผลการดำเนินโครงการพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อพัฒนาธุรกิจ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนการตลาด สร้างเนื้อหาดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน และพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ ให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Hybrid ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาทักษะควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพ ขณะเดียวกันการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรและเครือข่ายผู้ประกอบการช่วยส่งเสริมการสร้างความร่วมมือและการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในอนาคต




โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร Training to Trainer คอร์ส ‘มวยไทยเพื่อสุขภาพ’ ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (NRLL) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับค่ายมวย ช.ชนะ มวยไทย ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการออกกำลังกายด้วยมวยไทยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเป็นผู้ฝึกสอน (Trainer) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมเทคนิคการเคลื่อนไหว การออกแบบโปรแกรมการฝึก การดูแลความปลอดภัย และการประยุกต์ใช้มวยไทยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 20 คน ประกอบด้วยผู้ที่สนใจมวยไทย ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล (Personal Trainer) บุคลากรจากสถานประกอบการด้านฟิตเนส ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการออกกำลังกาย จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 2 ภาค ได้แก่ ภาคทฤษฎี เวลา 08.30–12.00 น. ณ อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (32.07.04) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และภาคปฏิบัติ เวลา 13.00–16.30 น. ณ ค่ายมวย ช.ชนะ มวยไทย ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้และทักษะด้านมวยไทยเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น มีความเข้าใจในหลักการฝึกที่ถูกต้อง ปลอดภัย และสามารถนำเทคนิคที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการฝึกสอนและการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังได้รับประกาศนียบัตรรับรองการผ่านการอบรม ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกอบอาชีพและการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาชีพต่อไป ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน พร้อมทั้งอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะมวยไทยซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาศักยภาพบุคคลอย่างยั่งยืน




โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "Coding Workshop: Game On and Make Code" ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ Beyond Code Academy เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ณ ห้อง 27.03.07 อาคาร 27 สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เรียนรู้พื้นฐานด้าน Coding และการพัฒนาเกมผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุก เข้าใจง่าย และเน้นการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมส่งเสริมทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ กิจกรรมประกอบด้วยการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมแบบ Block-based Coding การฝึกกระบวนการคิดเชิงคำนวณ และการเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานของการเขียนโปรแกรม ได้แก่ Algorithm, Loop, Function และ Data Types ตลอดจนหลักการออกแบบเกม (Game Design) และการพัฒนาเกมด้วยตนเองผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการศึกษาจาก Beyond Code Academy โดยมีนักเรียนจากหลากหลายสถานศึกษาทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและต่างพื้นที่เข้าร่วมจำนวน 26 คน อาทิ โรงเรียน Anglo Singapore International School Korat โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โรงเรียนสุรนารีวิทยา โรงเรียนมารีย์วิทยา โรงเรียนเทศบาล 3 (ยมราชสามัคคี) และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และประสบการณ์ด้านการเขียนโปรแกรมและการออกแบบเกมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการเขียนโปรแกรมและการออกแบบเกมเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้พัฒนาทักษะด้านตรรกะความคิด การคิดเชิงคำนวณ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการศึกษาต่อยอดด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมในอนาคต




โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “Code to Teach: Foundations of Computational Thinking with Python” ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ Beyond Code Academy เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ณ ห้อง 27.03.08 อาคาร 27 สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม รวมถึงแนวคิดการคิดเชิงคำนวณ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และการสร้างสรรค์นวัตกรรม กิจกรรมประกอบด้วยการเรียนรู้หลักการ Computational Thinking ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนย่อย การมองหารูปแบบ และการออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหา รวมถึงการทดลองเขียนโปรแกรมภาษา Python ในระดับพื้นฐาน พร้อมเรียนรู้เครื่องมือและแพลตฟอร์มสำหรับการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ Scratch, Replit และ Thonny IDE ตลอดจนแนวทางการออกแบบแบบฝึกหัด Coding และกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน โดยมี ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากสถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานทางการศึกษา จำนวน 22 คน เข้าร่วมกิจกรรม
ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมได้รับการพัฒนาความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด Computational Thinking รวมทั้งได้ฝึกทักษะการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยภาษา Python และเรียนรู้เครื่องมือที่สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ ผู้เข้าร่วมสามารถนำหลักการที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และแบบฝึกหัด Coding ให้เหมาะสมกับผู้เรียน ตลอดจนได้รับแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทักษะแห่งอนาคตของผู้เรียน




โครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การบริหารจัดการเครือข่ายโดย Open Source Platform ด้วย Proxmox VE” ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (27.01.01) สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการใช้งาน Proxmox VE (Virtual Environment) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Open Source สำหรับการทำ Virtualization เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถบริหารจัดการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้อย่างคุ้มค่า ยืดหยุ่น และปลอดภัย เนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานเทคโนโลยี Virtualization การติดตั้งและกำหนดค่าระบบ Proxmox VE การสร้างและบริหารจัดการเครื่องเสมือน (Virtual Machine: VM) และ LXC Container การจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage Management) การบริหารจัดการเครือข่ายเสมือน (Virtual Network) รวมถึงการทำ Snapshot, Clone, Backup และ Restore ระบบ โดยมี บุคลากรจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้สนใจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 18 คน เข้าร่วมอบรม
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการระบบ Virtualization และสามารถเรียนรู้กระบวนการติดตั้ง กำหนดค่า และบริหารจัดการ Proxmox VE รวมถึงการจัดการเครื่องเสมือน พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายเสมือน ตลอดจนการสำรองและกู้คืนระบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมการทำงานจริงของหน่วยงาน นอกจากนี้ การถ่ายทอดประสบการณ์และกรณีศึกษาจากวิทยากรช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นแนวทางการออกแบบและบริหารจัดการระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือนอย่างเป็นระบบ สามารถนำความรู้ไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรและสนับสนุนการปรับตัวของหน่วยงานต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล




โครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การประยุกต์ใช้ Docker ในองค์กร” ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (NRLL) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (27.01.01) สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Container และการประยุกต์ใช้ Docker ในองค์กร ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน ประโยชน์ และสถาปัตยกรรมการทำงานของ Docker ความแตกต่างระหว่าง Container และ Virtual Machine การติดตั้ง Docker บนระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ตลอดจนการจัดการ Docker Images และ Containers ผ่าน Docker CLI ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้การใช้งาน Docker Compose สำหรับบริหารจัดการ Multi-container Application การจัดการไฟล์ Configuration ด้วย Git การสร้าง Repository สำหรับจัดเก็บ Docker Compose รวมถึงการใช้เครื่องมือบริหารจัดการ Docker ผ่านส่วนติดต่อผู้ใช้งาน เช่น EasyPanel และ Dockge โดยมี บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และผู้สนใจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 23 คน เข้าร่วมอบรม
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะเกี่ยวกับการใช้งาน Docker และเทคโนโลยี Container ตั้งแต่การติดตั้งและจัดการ Docker Images และ Containers ไปจนถึงการใช้ Docker Compose และเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการระบบ โดยมีการสอดแทรกกรณีศึกษาและแนวทางการประยุกต์ใช้ในองค์กร ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบและรองรับการขยายตัวของบริการดิจิทัลในอนาคต




โครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร Functional Exercise สำหรับผู้สูงอายุ” ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (32.07.04) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุผ่านแนวทางการออกกำลังกายแบบ Functional Exercise ซึ่งมุ่งพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และลดความเสี่ยงจากการหกล้ม โดยผู้เข้าร่วมได้รับทั้งความรู้ภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุและวิทยาศาสตร์การกีฬา เรียนรู้ท่าการออกกำลังกายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เทคนิคการออกกำลังกายที่สามารถนำกลับไปปฏิบัติได้ด้วยตนเองที่บ้าน ตลอดจนหลักการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ การป้องกันการบาดเจ็บ และแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อคงไว้ซึ่งสมรรถภาพทางกายที่ดี กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้สูงอายุ บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ จำนวน 25 คน
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้และทักษะเกี่ยวกับการออกกำลังกายแบบ Functional Exercise สามารถเรียนรู้ท่าการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลใกล้ชิดได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย อีกทั้งได้รับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการบาดเจ็บและการดูแลสุขภาพเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินชีวิตประจำวันและสนับสนุนการพึ่งพาตนเองของผู้สูงอายุในระยะยาว โครงการจึงสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเปิดพื้นที่ให้ ประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน




โครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ผู้ช่วยนักกายภาพทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา” ดำเนินการโดยสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (NRLL) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การกีฬา 2 อาคาร 31 ชั้น 1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย ให้แก่ผู้ที่สนใจนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการให้ความช่วยเหลือและดูแลนักกีฬา ผู้ออกกำลังกาย ตลอดจนผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการส่งเสริมสุขภาพในระดับพื้นฐาน โดยเนื้อหาครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ได้แก่ การประเมินสมรรถภาพร่างกาย (Assessment) เทคนิคการคลายกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Release) การใช้ถ้วยสุญญากาศ (Cupping) การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) การนวดเพื่อการฟื้นฟู (Massage) และการฝึก Functional Training โดยผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลของวิทยากรจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย กลุ่มเป้าหมายตามข้อมูลที่ให้มาคือผู้สนใจด้านการกีฬาและสุขภาพ นักศึกษา และบุคลากร จำนวน 29 คน
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะด้านการประเมินสมรรถภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย และเทคนิคการดูแลร่างกายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทด้านกีฬาและสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยการฝึกปฏิบัติจริงช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวทางการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสโมสรกีฬา ศูนย์ออกกำลังกาย สถานพยาบาล หรือการดูแลสุขภาพในระดับพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังสามารถนำความรู้ไปต่อยอดทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต




โครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรทางกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองชั้นสูง รุ่นที่ 3 จัดโดยฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครอง และคดีปกครอง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนที่สนใจสามารถศึกษากฎหมายมหาชนและกฎหมายปกครองเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้ หลักสูตรมีโครงสร้างรวม 384 ชั่วโมง ประกอบด้วยการปฐมนิเทศ ภาควิชาการ ภาคปฏิบัติ และการวัดผลการศึกษา เนื้อหาครอบคลุมความรู้พื้นฐานทางกฎหมาย กฎหมายมหาชนและกฎหมายปกครอง กฎหมายปกครองวิธีสบัญญัติ คดีปกครองประเภทต่าง ๆ และการฝึกปฏิบัติด้านคดีปกครอง โดยการฝึกปฏิบัติครอบคลุมการทำคำฟ้องและคำคู่ความ การตรวจคำฟ้อง การจัดทำบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวน การจัดทำคำแถลงการณ์ ตลอดจนการทำคำพิพากษาและคำบังคับ ทั้งนี้ ผู้สมัครต้อะผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ของหลักสูตร กำหนดการอบรมใช้เวลาประมาณ 8–9 เดือน และมีผู้เข้าอบรมประมาณรุ่นละ 80 คน โดยจัดอบรม ณ อาคาร 34 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
หลักสูตรกำหนดให้ผู้เข้ารับการอบรมที่มีเวลาเข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 สามารถได้รับเกียรติบัตรรับรองการเข้ารับการอบรม และผู้ที่ผ่านทั้งการทดสอบภาควิชาการและภาคปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับ ประกาศนียบัตรทางกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองชั้นสูง พร้อมเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยหลักสูตรมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมมีองค์ความรู้และทักษะด้านกฎหมายปกครองที่สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นกิจกรรมที่มีลักษณะของการพัฒนาความรู้และสมรรถนะทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง



