มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชภัฏนครราชสีมา (พ.ศ. 2566-2570) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2569 มีวิสัยทัศน์คือ มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาท้องถิ่นสู่สากลอย่างยั่งยืน มีการปรับค่านิยมองค์กรให้ชัดเจนสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก โดยยุทธศาสตร์ทีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริการวิชาการ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมยกระดับเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน มีเป้าประสงค์ให้บุคลากรและนักศึกษาได้รับการปลูกฝังแนวคิดการอุทิศตนเพื่อชุมชนท้องถิ่นและสังคม ตลอดจนชุมชนท้องถิ่นได้รับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
Link: แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชภัฏนครราชสีมา (พ.ศ. 2566-2570) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2569 (16.2.3/1)
1. เพื่อสนับสนุน กำกับติดตาม ทุกหน่วยงานบริการวิชาการให้เป็นไปตามแผนบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมากำหนด
2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้มีการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ทิศทางหลักของการบริการวิชาการ คือการมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและชุมชนเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามลักษณะภูมิสังคมและความต้องการเชิงพื้นที่และตลาด (Demand-driven) โดยใช้ความเชี่ยวชาญและอัตลักษณ์โดดเด่นของมหาวิทยาลัยในด้านต่างๆ ทั้งด้านการวิจัย การบริการวิชาการ การจัดการเรียนรู้ และความเข้าใจท้องถิ่นมาส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเน้นกระบวนการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กล่าวคือ เริ่มจากการรู้จักท้องถิ่น สร้างระบบฐานข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของชุมชน แล้วจึงวางแผนพัฒนาภายใต้บริบทของพื้นที่และยุทธศาสตร์จังหวัด โดยความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายในและองค์กรภายนอกมหาวิทยาลัย
การดำเนินงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยได้กำหนดพื้นที่ให้บริการหลักในจังหวัดนครราชสีมาโดยรูปแบบงานบริการวิชาการประกอบด้วย 2 ลักษณะหลัก ได้แก่ งานบริการวิชาการแบบให้เปล่าซึ่งดำเนินการกับชุมชนเป้าหมาย และชุมชนในพื้นที่ตามโครงการยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยและงานบริการวิชาการแบบจัดหารายได้ซึ่งเป็นการให้บริการในลักษณะที่มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น การจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น การเป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษ กรรมการ และที่ปรึกษาของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย เป็นต้น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบุคลากรภายใน นักวิชาการ นักพัฒนา นักศึกษา กับองค์กรภายนอก ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมให้แก่ชุมชน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้น้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาในการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยได้ทำยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นขึ้น เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้อยู่บนฐานความรู้ ความเข้าใจร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการองค์ความรู้สู่นวัตกรรมในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จึงได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการบริการวิชาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการให้บริการวิชาการ จำนวน 30 พื้นที่ ดังนี้
1. อำเภอขามทะเลสอ ตำบลขามทะเลสอ
2. อำเภอขามทะเลสอ ตำบลพันดุง
3. อำเภอขามสะแกแสง ตำบลขามสะแกแสง
4. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลท่าช้าง
5. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลพระพุทธ
6. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลหนองงูเหลือม
7. อำเภอชุมพวง ตำบลตลาด
8. อำเภอโชคชัย ตำบลด่านเกวียน
9. อำเภอด่านขุนทด ตำบลหนองกราด
10. อำเภอโนนไทย ตำบลโนนไทย
11. อำเภอบัวลาย ตำบลหนองหว้า
12. อำเภอบัวลาย ตำบลเมืองพะไล
13. อำเภอประทาย ตำบลหนองค่าย
14. อำเภอปักธงชัย ตำบลธงชัยเหนือ
15. อำเภอปากช่อง ตำบลหมูสี
16. อำเภอปากช่อง ตำบลหนองสาหร่าย
17. อำเภอปากช่อง ตำบลปากช่อง
18. อำเภอปากช่อง ตำบลหนองน้ำแดง
19. อำเภอพิมาย ตำบลสัมฤทธิ์
20. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลหนองบัวศาลา
21. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลหมื่นไวย
22. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลโคกสูง
23. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลตลาด
24. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลในเมือง
25. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลไชยมงคล
26. อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลโคกกรวด
27. อำเภอสีคิ้ว ตำบลหนองน้ำใส
28. อำเภอสีดา ตำบลหนองตาดใหญ่
29. อำเภอสูงเนิน ตำบลกุดจิก
30. อำเภอห้วยแถลง ตำบลกงรถ
การวัดประสิทธิผลของการบริการวิชาการในมิติของการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ มีรายละเอียดดังนี้
1. การมีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย
ทุกคณะของมหาวิทยาลัยได้มีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัยและชุมชนในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายสำหรับการบริการวิชาการ โดยกระบวนการคัดเลือกพื้นที่นี้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยคือ "ที่พึ่งของท้องถิ่น" ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ที่คัดเลือกนั้นต้องเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการการบริการและพัฒนาจากมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง และต้องอยู่ ่ในสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่ต้องการการพัฒนา มหาวิทยาลัยได้กำหนดชุมชนเป้าหมาย จำนวน
30 พื้นที่/ปี และมีการประกาศเป็นพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานทุกปีอย่างต่อเนื่อง
2. การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องของชุมชน
การพัฒนาชุมชนหรือผู้นำหรือสมาชิกที่มีการเรียนรู้และการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง (ปี พ.ศ. 2565-2567) เนื่องจากเป็นการดำเนินงานที่สอดรับการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่เป้าหมายที่ มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ “ตำบลพระพุทธ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ” ได้แก่ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยใบเขียว” และมีผู้นำที่มีการขับเคลื่อนกลุ่มที่สำคัญ ได้แก่ นางสาวปุณยนุช หลงกุณี ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานกลุ่ม และนางสังวาลย์ เอี่ยมกระสัง โดยแกนนำทั้งสองได้ก้าวจากสมาชิกกลุ่มสู่ผู้นำกลุ่มและผู้ประกอบการในการรวบรวมสินค้า และได้รับการเรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง พ.ศ. 2565 มีการขยายผลการพัฒนาโมเดลแก้จนครอบคลุมทั้ง 5 ตำบลในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยมีการขับเคลื่อนการพัฒนาโมเดลแก้จน “เห็ดดี มีแฮง” ในพื้นที่ ซึ่งทำให้ครัวเรือนยากจนและประชาชนทั่วไป รวม 749 ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 12.5
พ.ศ. 2566
มีการดำเนินงานตามหลักของซัพพลายเชน (Supply Chain Management) โดยมีการรวมกลุ่มครัวเรือนยากจนนำผลผลิตมาส่งให้ผู้รวบรวมคือ หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยใบเขียว ซึ่งนำไปจำหน่ายที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ครัวเรือนที่มีการขายแปรรูปสลัดโรลสามารถมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 15,000 บาท
นอกจากนี้ยังเป็นปีที่มีการจัดตั้งและพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลอดสารพิษหนองบัวรี (ซึ่งอยู่ในตำบลท่าช้างที่อยู่ติดกัน) โดยมีสมาชิก 23 ครัวเรือน พ.ศ. 2567 มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “เติมใจ แก้จน คนเฉลิมพระเกียรติ” โดยมีการต่อยอดโมเดลแก้จนด้านการเกษตร เช่น การพัฒนาโมเดล “ผักปลอดภัย” (ยกแคร่) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และการขยายผลโมเดล “เห็ดดี มีแฮง” โดยมีครัวเรือนเข้าร่วมการเพาะปลูกเห็ดรวมทั้งสิ้น 126 ครัวเรือน สร้างรายได้เฉลี่ย 4,300 บาท ต่อเดือนต่อครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานโมเดลแก้จนด้วยการ ลดหนี้สินครัวเรือน ในต.พระพุทธ ซึ่งมีเป้าหมายในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาหนี้สินและเพิ่มองค์ความรู้ด้าน Financial Literacy ให้กับกลุ่มเป้าหมายครัวเรือน
ยากจน มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโมเดลแก้จนอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1. กิจกรรมการตลาด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยใบเขียว ตำบลพระพุทธ ได้นำผลผลิตมาจำหน่ายที่ “ตลาดร่วมใจ แก้จน ราชภัฏโคราช” (ตลาดประจำ) ณ อาคาร 36 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง
2. กิจกรรมการพัฒนาทักษะ มีการจัดฝึกอบรมทักษะในหลายมิติ เช่น ความรู้และทักษะในการเพาะเห็ดครัวเรือน การผลิตก้อนเห็ดจากฟางข้าว การทำปุ๋ยอินทรีย์ การเตรียมแปลงเพื่อเข้ารับรองมาตรฐาน GAP และด้านการวางแผนการผลิต
3. กิจกรรมสนับสนุน มีการสนับสนุนในรูปแบบเงินทุนตั้งต้นกองทุนหมุนเวียนจำนวน 50,000 บาท ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยใบเขียว และมีการให้สินเชื่อก้อนเห็ดแก่สมาชิกภายในกลุ่มจำนวน 14 ครัวเรือน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งรวมถึงตำบลพระพุทธ แสดงให้เห็น
ถึงความสำเร็จของการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง
- ครัวเรือนยากจนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย ร้อยละ 46 - กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยใบเขียว ตำบลพระพุทธ มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครราชสีมา รวม 326,941 บาท ในระยะเวลา 12 เดือน (มิถุนายน 2567 ถึง พฤษภาคม 2568)
- ครัวเรือนยากจนสามารถเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ผลิตวัตถุดิบ” ไปสู่ “ผู้รวบรวมและกระจายสินค้า”
- เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยใบเขียวที่เข้มแข็ง โดยมีเงินทุนหมุนเวียนรวม 78,600 บาท